life strengthening 2

life strengthening 2

ครั้งก่อน เราได้เรียนรู้วิธีสร้างความแข็งแกร่งให้ชีวิตในหัวข้อแรก คือเรื่อง “กำจัดสิ่งที่ไม่ถูกต้องของชีวิต” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สัปดาห์นี้มาดูกันสิว่าอีกข้อของวิธีสร้างความแข็งแกร่งให้ชีวิต ที่พระเจ้าอยากให้เราสร้าง หรือเปลี่ยนแปลงนั้นคืออะไร?

“ ฝึกตนอย่างถูกวิธี”
การฝึกฝนอย่างถูกวิธีในที่นี้คือ การฝึกตนในทางพระเจ้า ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ใน “ทุกด้าน” ของชีวิต ทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ทั้งยัง “มีประโยชน์จนถึงนิรันดร” โดยพระคัมภีร์ใช้คำว่า “มีพระสัญญาสำหรับชีวิตปัจจุบันและอนาคต”
เชื่อว่าหลายคนคงเกิดคำถามว่า แล้วที่ว่าฝึกตนในทางพระเจ้านั้น ฝึกอย่างไรล่ะ? ให้เรามาดูไปพร้อมๆ กัน

1. ฝึกปฏิเสธคำหลอกลวง
มีคำหลอกลวงอะไรบ้างที่เป็นอุปสรรคทำให้เราไม่สามารถฝึกตนในทางพระเจ้าได้ เช่น ฉันบาปมากล้างไม่หมด ฉันอ่อนแอมากยืนไม่ไหว ฉันแก่แล้วเปลี่ยนไม่ได้ ฉันดีอยู่แล้วไม่ต้องเปลี่ยน เป็นต้น

ฟิลิปปี 2:13 เพราะว่าพระเจ้าเป็นผู้ทรงทำการอยู่ภายในพวกท่าน ให้ท่านมีความประสงค์และมีความสามารถทำตามชอบพระทัยของพระองค์

มารจะพยายามใส่คำหลอกลวงเหล่านี้ ในความคิดของเรา นั่นคือกลยุทธ์เดียวที่มารใช้ตั้งแต่ยุคอาดัมเอวา อย่ายอมให้คำหลอกลวงเหล่านี้ หยุดเราไว้ จงปฏิเสธมันด้วยความจริงแห่งพระวจนะพระเจ้า

2. ฝึกบริหารจัดการชีวิตให้ดี
1 โครินธ์ 9:25-27 ส่วนนักกีฬาทุกคนก็ควบคุมตัวเองในทุกด้าน พวกเขาทำเพื่อจะได้มงกุฎใบไม้ที่ร่วงโรยได้แต่มงกุฎของเราจะไม่ร่วงโรยเลย ดังนั้นข้าพเจ้าไม่ได้วิ่งแข่งโดยไม่มีเป้าหมาย ข้าพเจ้าไม่ได้ต่อสู้เหมือนอย่างนักมวยที่ชกลม แต่ข้าพเจ้าทุบตีร่างกายและควบคุมมันไว้เพราะเกรงว่าเมื่อข้าพเจ้าประกาศข่าวประเสริฐแก่คนอื่นแล้ว ตัวเองกลับเป็นคนที่ใช้การไม่ได้

วิธีบริหารจัดการชีวิตได้แก่ มีวินัยในการดำเนินชีวิต ควบคุมตัวเองทุกด้าน มีเป้าหมายในการใช้ชีวิต และเข้มงวดกับตัวเอง สิ่งสำคัญของการฝึกตนไปสู่ชีวิตที่แข็งแกร่งคือ วินัย และการลงมือทำ

3. ฝึกสร้างนิสัยใหม่
การเปลี่ยนแปลงชีวิตจะไม่มีวันบรรลุผล หากสิ่งนั้นยังไม่กลายเป็นนิสัยใหม่ เราต้องฝึกฝนตนเองจนกลายเป็นธรรมชาติที่สอง

มาร์ค ทเวน กล่าวว่า “หนทางเดียวที่คุณจะดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีได้ คือ กินในสิ่งที่ไม่ได้อยากกิน ดื่มในสิ่งที่ไม่ชอบ และทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ” นั่นอาจเป็นเรื่องจริงของใครหลายคน เพราะปัญหาของคนส่วนใหญ่ไม่ใช่ “ไม่รู้ว่าควรทำอะไร” แต่ปัญหาคือ “ไม่ลงมือทำ” และ “ไม่ทำอย่างต่อเนื่อง”

ฮีบรู 5:13-14 เพราะว่าทุกคนที่ยังกินน้ำนมนั้นยังไม่เข้าใจในเรื่องความชอบธรรม เพราะเขายังเป็นทารกอยู่ อาหารแข็งนั้นสำหรับผู้ใหญ่ สำหรับคนที่ฝึกฝนจนมีความสามารถแยกแยะดีชั่วได้แล้ว

ให้เราฝึกฝนตนเอง จนธรรมชาติของเราเปลี่ยนจากทารกไปสู่ผู้ใหญ่ในฝ่ายจิตวิญญาณ สามารถแยกแยะสิ่งดีชั่วได้ดำเนินชีวิตใกล้ชิดพระเจ้า ได้ยินเสียงพระเจ้า รู้น้ำพระทัยพระเจ้า ห่างไกลจากบาปจนไม่มีความปรารถนาจะกลับไปสู่ชีวิตบาปอีกต่อไป

4. ฝึกทำสิ่งใหม่ๆ ที่ท้าทายมากขึ้น
“ท้าทาย” ไม่ใช่ “เสี่ยงตาย” ไม่ได้หมายความว่าให้เราไปสรรหากิจกรรมโลดโผนเสี่ยงตาย แต่หมายถึง การพยายามผลักดันตัวเองให้ไปถึงขีดจำกัด และที่ขีดจำกัดนั้น เราจะพบทางออกไปสู่ความแข็งแกร่งที่สูงยิ่งขึ้น

การสร้างความแข็งแกร่งของชีวิตไม่ว่าจะเป็นเรื่องการ “กำจัดสิ่งที่ไม่ถูกต้องของชีวิต”หรือ“ ฝึกตนอย่างถูกวิธี” ล้วนแล้วเกิดจากตัดสินใจของเราที่อยากเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเมื่อตัดสินใจแล้ว เราก็ต้องลงมือทำด้วย เรารู้ว่าบางสิ่งที่อาจเป็นนิสัยบาป หรือสิ่งที่เรามองว่าเปลี่ยนแปลงหรือฝึกฝนได้ยาก แต่ด้วยความตั้งใจของเราบวกกับกำลังของพระเจ้า เชื่อว่าทุกสิ่งก็เป็นไปได้

“เริ่มต้นฝึกฝนตนในทางพระเจ้า มุ่งมั่นตั้งใจ อย่าย่อท้อ อย่าเลิกรา กำลังจากพระเจ้าจะเป็นของผู้ที่ไม่ล้มเลิก”

© 2016 คณะคริสเตียนสานสัมพันธ์

nexusbanner