the purpose of grace

the purpose of grace

“เราก็ไม่เอาโทษเหมือนกัน จงไปเถิดและจากนี้ไปอย่าทำบาปอีก” – ยอห์น 8:11
คำพูดที่พระเยซูพูดกับหญิงโสเภณีที่กลับใจใหม่แล้วนั้น
ก็คือคำพูดเดียวกับที่พระเจ้าพูดกับเราทุกวันนี้

ในธรรมบัญญัติมีแต่การลงโทษ แต่ในพระคุณมีโอกาสใหม่ของคนที่กลับใจใหม่ ไม่มีใครมีสิทธิเขวี้ยงก้อนหินใส่เรานอกจากพระเจ้าที่ปราศจากบาป
ขอบคุณพระเจ้าที่ชีวิตเรามีโอกาสใหม่ในพระเจ้าเสมอ และในทางกลับกัน เราก็ไม่มีสิทธิเขวี้ยงก้อนหินใส่ใครเช่นกัน เขาสมควรได้รับโอกาสจากพระเจ้า เหมือนที่เราได้รับโอกาสเช่นกัน

เราทุกคนต่างรับการเปลี่ยนแปลงชีวิตด้วยพระเมตตาคุณของพระเจ้า
สามสิ่งที่ควรเกิดขึ้น เพราะพระคุณพระเจ้ามีผลต่อชีวิตเรา คือ
1. ให้อภัยผู้อื่นเหมือนที่เราได้รับการอภัยจากพระเจ้า เพราะเราก็ไม่ต่างกัน
2. ให้โอกาสตัวเอง ไม่จมอยู่กับการปรักปรำ เพราะพระเจ้าไม่ตัดสินโทษเราแล้วเมื่อเรากลับใจใหม่
3. อย่าให้พระคุณและการให้อภัยเป็นช่องทางให้เราไม่กลับใจใหม่ และยังดำเนินชีวิตอยู่ในความบาป

“เราก็ไม่เอาโทษเจ้าเหมือนกัน จงไปเถิดและอย่าทำผิดอีก”
ขอบคุณพระเจ้า

ยอห์น 8:1-11
แต่พระเยซูเสด็จไปที่ภูเขามะกอกเทศ และในตอนเช้าตรู่พระองค์ทรงปรากฏที่บริเวณพระวิหารอีก คนทั้งหลายก็พากันมาหาพระองค์ พระองค์ประทับและทรงเริ่มสั่งสอนเขา พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสีพาผู้หญิงคนหนึ่งมาหา หญิงคนนี้ถูกจับฐานล่วงประเวณี และพวกเขาให้นางยืนอยู่ต่อหน้าประชาชน เขาทูลพระองค์ว่า “ท่านอาจารย์ หญิงคนนี้ถูกจับขณะกำลังล่วงประเวณีอยู่ ในธรรมบัญญัตินั้นโมเสสสั่งให้เราเอาหินขว้างคนอย่างนี้ให้ตาย แล้วท่านจะว่าอย่างไร” เขาพูดอย่างนี้เพื่อทดลองพระองค์โดยหวังจะหาเหตุฟ้องพระองค์ แต่พระเยซูน้อมพระกายลงเอานิ้วเขียนที่ดิน และเมื่อพวกเขายังทูลถามอยู่เรื่อยๆ พระองค์ก็ยืดพระกายขึ้นตรัสตอบเขาว่า “ใครในพวกท่านไม่มีบาป ให้เอาหินขว้างนางก่อนเป็นคนแรก” แล้วพระองค์น้อมพระกายลงเอานิ้วเขียนที่ดินอีก แต่เมื่อพวกเขาได้ยินอย่างนั้น เขาก็ออกไปทีละคน เริ่มจากคนเฒ่าคนแก่ เหลือแต่พระเยซูตามลำพังกับหญิงคนนั้นที่ยืนอยู่ต่อพระพักตร์พระองค์ พระเยซูยืดพระกายขึ้นตรัสกับนางว่า “หญิงเอ๋ย พวกเขาไปไหนหมด ไม่มีใครเอาโทษเธอหรือ” นางทูลว่า “ท่านเจ้าข้า ไม่มีใครเลย” แล้วพระเยซูตรัสว่า “เราก็ไม่เอาโทษเหมือนกัน จงไปเถิดและจากนี้ไปอย่าทำบาปอีก”

© 2016 คณะคริสเตียนสานสัมพันธ์

nexusbanner